ความแตกต่างระหว่าง Mobile App, Mobile Site และเว็บแบบ Responsive

ในการที่จะมีเว็บไซต์ 1 เว็บไซต์ ในสมัยนี้นั้น นอกจากเราจะต้องดีไซน์เว็บให้สวยงามเมื่อดูผ่านจอคอมพิวเตอร์แล้ว เราก็จะต้องทำให้เว็บเราอ่านได้ง่ายและสวยงามผ่านอุปกรณ์พกพา (Mobile devices) อื่นๆ ด้วย เพราะว่าทุกวันนี้เราก็คงไม่ปฏิเสธว่ามือถือหรือแท็บเล็ตเริ่มมีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นทุกวัน เราอ่านข่าวบนมือถือในขณะที่นั่งรถไปทำงาน เราเปิดเฟซบุ๊กในขณะกินข้าว ฯลฯ ทีนี้เราๆ ที่คุ้นเคยกับ “เว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์” เมื่อต้องย้ายเว็บไซต์มาอยู่บนอุปกรณ์พกพาเราจะเลือกทำอะไร? บางคนอาจเคยได้ยินว่าทำเว็บให้อ่านง่ายบนอุปกรณ์พกพาก็ทำ App สิ หรือทำ Mobile site สิ หรือทำเว็บแบบ Responsive ไปเลย ซึ่ง 3 คำนี้มันมีความหมายแตกต่างกันยังไงนะ? มาดูกันเลยฮับ

Mobile app

  • Mobile app ก็คือ Application บนอุปกรณ์พกพานั่นเอง (เอ่อ) คือเราก็จะเห็นๆ อยู่ว่าใน App Store เนี่ย ก็จะมีแอปหลายประเภท ทั้งแอปเล่นเกม แอปเครื่องมือนู่นนี่นั่น และเราก็สามารถทำเว็บให้กลายเป็น Mobile app ได้
  • ตัวอย่างของ Mobile app มีเยอะแยะมากมาย เช่น Facebook, Twitter หรือถ้าเป็นแอปที่สามย่านร่วมด้วยช่วยพัฒนา ก็จะมี Majorcineplex?และ Jeban นะฮับ อะฮิๆ
  • ข้อดีของการทำ Mobile app ก็คือ ผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้รวดเร็ว สวยงาม เพราะในเชิงการเขียนโปรแกรมนั้น สามารถเขียนแบบ Native ได้ โหลดเร็วด้วย เพราะไม่ต้องมานั่งดาวน์โหลด CSS หรือ JavaScript แบบเว็บไซต์แล้ว
  • แต่การทำ Mobile app ในปัจจุบันมีข้อเสียก็คือ ค่าใช้จ่ายในการทำค่อนข้างสูง และจะต้องทำแอปพลิเคชันให้กับทุก platform (iOS, Android, Windows Phone และอื่นๆ) ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเราสามารถแสดงผลคอนเทนต์ในเบราเซอร์บนทุกอุปกรณ์พกพาได้โดยไม่จำเป็นต้องทำแอปพลิเคชันเลย Mobile site และการทำเว็บแบบ Responsive จึงตอบโจทย์แทนการทำ Mobile app ที่จะมานำเสนอต่อไปฮับ

Mobile site

  • คือการแยกเว็บไซต์มาเป็นอันใหม่อีก 1 เวอร์ชัน เป็นคนละเว็บกับตัวหลักที่มีอยู่
  • ซึ่งจะมีการออกแบบฟีเจอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือด้วย เช่น อาจมีการเปลี่ยนรูปแบบเมนู ปุ่มกดต่างๆ ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • นอกจากนี้อาจตัดหน้าเว็บบางหน้าที่ไม่จำเป็นออก เหลือไว้เฉพาะหน้าที่เป็นเนื้อหาหลักสำคัญๆ เท่านั้น
  • Mobile site จะเหมาะกับเว็บยุค desktop คือไม่ได้ออกแบบเว็บมาเพื่ออ่านง่ายในอุปกรณ์พกพามาตั้งแต่ต้น และเหมาะกับเว็บที่มีฟังก์ชันยุบยับ แต่ต้องการจะแสดงเนื้อหาบางส่วนในอุปกรณ์พกพาก็พอ
  • แต่ถ้าทำเว็บเป็น Mobile site ข้อเสียก็คือจะต้องทำ CMS (Content Management System) ที่ทำมาเพื่อ update เนื้อหาใน Mobile site ให้เท่ากับหน้าเว็บปัจจุบันที่มีอยู่ (ก็คือว่าเราจะต้องเสียเวลาในการจัดการ content เพิ่มขึ้นนั่นเอง)
  • ตัวอย่าง Mobile site ได้แก่?m.facebook.com,?mobile.twitter.com, m.majorcineplex.com

เว็บแบบ Responsive

  • Responsive เป็นเทคนิคการเขียนเพื่อปรับรูปแบบการแสดงผลให้เหมาะกับอุปกรณ์พกพา เช่น มีการปรับเปลี่ยนขนาดตัวอักษร หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดวางให้เหมาะกับการแสดงผลในแนวแคบ และรองรับการสัมผัสด้วยนิ้วมือได้ดีกว่า
  • ซึ่งข้อดีคือ จะอัพเดทข้อมูลแค่ครั้งเดียว ก็จะแสดงผลได้หมดในทุกๆ platform
  • แต่เว็บแบบ Responsive นั้น “ไม่ได้เหมาะกับเว็บทุกประเภท” อย่างที่บอกไปแล้วว่า การทำเว็บแบบ Responsive นั้นเหมาะแก่การปรับแต่งรูปแบบการแสดงผล แต่ก็มีบางเว็บไซต์ที่นำข้อดีของการทำ Mobile site และการทำเว็บแบบ Responsive มาอยู่ในเว็บเดียวกันได้
  • ตัวอย่างเว็บ responsive ได้แก่ microsoft.com,?ghosthorses.co.uk,?mediaqueri.es?(อันนี้เอาไว้ดูตัวอย่างเว็บที่เป็น responsive ได้ สวยๆ เพียบ)

ก็หวังว่าจะช่วยให้มองความแตกต่างระหว่าง Mobile app , Mobile site และการทำเว็บแบบ Responsive ได้มากขึ้นนะฮับ ใครสนใจอยากทำเว็บไซต์ให้ผ่านง่ายในอุปกรณ์พกพาต่างๆ ก็ให้สามย่านรับใช้ได้นะฮ้า 😀